3 ประกันภาคสมัครใจแบบไหนที่ใช่คุณ

ราคาประกันภัยรถยนต์

ผู้ขับขี่รถยนต์ทุกท่านล้วนทราบอยู่แล้วว่า การขับขี่บนท้องถนนนั้นมีความไม่แน่นอน การทำประกันรถยนต์ภาคสมัครใจจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทุกคนต่างซื้อประกันเพื่อความคุ้มครองในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น แต่หากคุณกำลังลังเลว่า หากเราจะเลือกซื้อประกันแบบไหนที่เหมาะกับเราที่สุด วันนี้เราจึงอยากมานำเสนอ 3 ประกันภาคสมัครใจแบบไหนที่ใช่คุณ 

1.ประกันรถยนต์ชั้น 1  

เหมาะมากๆกับผู้ที่ออกรถใหม่ป้ายแดง รถยนต์ราคาค่อนข้างสูงและใช้ชีวิตบนท้องถนนเป็นประจำทุกวัน เพราะว่าค่อนข้างมีความเสี่ยงสูง การทำประกันรถยนต์ชั้น 1 จึงเป็นตัวเลือกที่สร้างความคุ้มครองอย่างครอบคลุมในกรณีที่เราจอดรถไว้เฉยๆ โดนไฟไฟม้ น้ำท่วม หรือโดนโจรกรรม ประกันก็คุ้มครองคุณในส่วนนี้ หรือในกรณีเกิดอุบัติเหตุ ประกันก็ยังคุ้มครองทั้งตัวเราและทรัพย์สินทั้งของเราและคู่กรณี รวมไปถึงยานพาหนะอื่นๆที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ยังคุ้มครองคนเดินทางเท้าที่ได้รับผลกระทบด้วย ครอบคลุมสุดๆแบบนี้ แน่นอนว่าราคาเบี้ยประกันค่อนข้างสูงค่ะ 

2. ประกันรถยนต์ชั้น 2 

ค่อนข้างเหมาะกับคนที่อาจไม่ได้ต้องการความคุ้มครองเท่าประกันชั้น 1 ในเรื่องของอุบัติเหตุบนท้องถนน เพราะราคาประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 นั้นไม่แพง และจะจ่ายให้เฉพาะในกรณีที่ยานพาหนะทางบก คือรถยนต์ชนกัยรถยนต์เท่านั้น แต่ก็ยังคงครอบคลุมในส่วนของไฟไหม้ น้ำท่วม และโจรกรรมค่ะ ราคาประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 นั้นราคาถูกกว่าประกันชั้น 1 แต่การคุ้มครองก็จะลดหลั่นกันไป ซึ่งก่อนการตัดสินใจ เราอยากให้คุณลองเปรียบเทียบประกันชั้น 2 และประกันชั้น 1 ว่าคุณเหมาะกับการครอบคลุมแบบใดมากกว่ากัน เพราะหากคุณเป็นคนใช้รถน้อยไม่ได้ขับขี่ไปทำงานทุกวัน ราคาประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 ที่ราคาถูกนั้นก็อาจตอบโจทย์กับคุณมากกว่าประกันชั้น 1 ที่ใช้ขับขี่ไปทำงานทุกวันค่ะ 

3. ประกันรถยนต์ชั้น 3 

ค่อนข้างคล้ายคลึงกับประกันชั้น 2 ค่ะ เน้นการจ่ายให้คู่กรณีเป็นสำคัญ แต่ประกันรถยนต์ชั้น 3  จะไม่คุ้มครองในกรณีไฟไหม้ น้ำท่วมหรือการโจรกรรม จึงเหมาะมากๆกับผู้ที่ไม่ค่อยใช้รถเลย ออกไปข้างนอกเป็นครั้งคราว หรือเหมาะกับผู้ที่มีรถยนต์ที่อายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไป เป็นต้นค่ะ 

3 ประเภทของประกันภาคสมัครใจที่เรานำมาฝากในวันนี้ อาจทำให้ทุกคนทราบถึงเงื่อนไขคร่าวๆของประกันแต่ละประเภทมากขึ้น แต่ทางที่ดีเราอยากให้ทุกคนอ่านกรมธรรม์และรายละเอียดต่างๆให้ชัดเจนก่อนการตัดสินใจซื้อประกันทุกครั้งนะคะ  

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

เครื่องวัดขนาดอนุภาค

เครื่องวัดขนาดอนุภาคสำหรับการตรวจสอบสารเครื่องวัดขนาดอนุภาคสำหรับการตรวจสอบสาร

อนุภาค คือองค์ประกอบขนาดเล็กของสารต่างๆ โดยสารนั้นมักเกิดจากการรวมตัวของอนุภาคจำนวนมากขึ้นเป็นสารสถานะต่างๆ และหลากหลายรูปแบบ ในการจำแนกสารอาจทำได้ด้วยการวิเคราะห์อนุภาคที่รวมตัวกัน เช่น ของแข็ง คือสารที่เกิดจากการรวมตัวของอนุภาค โดยอนุภาคของของแข็งจะจัดเรียงชิดกันอย่างเป็นระเบียบ ทำให้มีการเคลื่อนที่ของอนุภาคน้อยหรือแทบไม่มีเลย ส่วนอนุภาคของของเหลวจะไม่ยึดติดกันทำให้เกิดการเคลื่อนที่ได้มากกว่า แปรสภาพตามภาชนะที่ใส่ และแก๊สคือสารที่มีอนุภาคห่างกันมาก มีพลังงานในการเคลื่อนที่ของอนุภาคมากและฟุ้งกระจาย จึงจะเห็นได้ว่าอนุภาคนั้นมีผลต่อสถานะต่างๆ ของสาร บ่อยครั้งที่การทำงานกับสารจะต้องคำนึงถึงอนุภาคเพื่อให้วางแผนการทดลองหรือการผลิตกับสารนั้นอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับคุณสมบัติของสารที่มีอนุภาคต่างรูปแบบกัน การใช้เครื่องวัดขนาดอนุภาคจึงเป็นตัวช่วยที่สำคัญของการตรวจสอบสาร เครื่องวัดขนาดอนุภาค ถูกออกแบบมาเพื่อรับเอาสารที่ต้องการตรวจสอบด้วยส่วนเก็บตัวอย่างเข้าไปในเครื่อง จากนั้นจะมีส่วนของเซนเซอร์ยิงไปที่ตัวอย่างของสารนั้น ก่อนจะส่งข้อมูลที่พบไปยังส่วนวิเคราะห์ผลข้อมูลต่อไป การวิเคราะห์ข้อมูลมักจะได้เรื่องจำนวนของอนุภาคและขนาดของอนุภาคที่พบในสารนั้นๆ เพื่อนำไปคำนวณร่วมกับปริมาตรหรือความหนาแน่นในการใช้งานต่อไป โดยส่วนใหญ่แล้วเครื่องวัดขนาดอนุภาคจะใช้กับของเหลวหรือแก๊สเป็นหลักเนื่องจากไม่สามารถวิเคราะห์ได้ด้วยร่างกายมนุษย์และต้องการความแม่นยำสูง ประโยชน์ของเครื่องวัดขนาดอนุภาคจึงเป็นการช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวัดขนาดอนุภาคของสาร โดยเฉพาะสารที่มีสถานะเป็นของเหลวหรือแก๊สที่ยากต่อการวิเคราะห์ข้อมูล ให้ได้ค่าที่แน่นอนและลดความคลาดเคลื่อนในการใช้งานต่อไป และนอกจากความแม่นยำที่ได้จากการใช้เครื่องวัดขนาดอนุภาคแล้ว ยังมีประโยชน์ในเรื่องของความปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน

รับ สร้าง บ้าน คุณภาพ

5เหตุผลที่คุณควรจ้างบริษัทรับ สร้าง บ้าน คุณภาพ5เหตุผลที่คุณควรจ้างบริษัทรับ สร้าง บ้าน คุณภาพ

บ้านคือสถานที่พักผ่อนกายใจของมนุษย์ทุกคน ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าใครต่างก็อยากมีบ้านเป็นของตัวเองทั้งสิ้น แต่หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังจะสร้างบ้าน คงลังเลใจใช่หรือไม่ว่าจะเลือกบริษัทรับ สร้าง บ้าน คุณภาพดี เพราะอะไร วันนี้เรามีคำตอบมาฝากคุณแล้ว  1.บริษัทมีทีมงานพร้อมพรั่งในการสร้างบ้าน  สำหรับใครที่อยากให้การสร้างบ้านของคุณเปี่ยมด้วยความสะดวกสบาย ไม่ต้องติดต่อผู้ชำนาญในสายงานต่าง ๆ เอง แนะนำว่าเลือกบริษัทรับสร้างบ้านจะดีที่สุด จุดเด่นของบริษัทรับสร้างบ้านคือการมีทีมงานสำหรับสร้างบ้านโดยเฉพาะ ไล่เรียงไปตั้งแต่สถาปนิกในการออกแบบบ้าน รวมไปถึงวิศวกรและทีมช่างที่ชำนาญงานทุกฝ่ายเลยทีเดียว  2.แม้ราคาสูงแต่มั่นใจได้ในความรับผิดชอบ  หลายคนไม่ต้องการจ้างบริษัทด้วยเหตุผลที่ว่าราคาค่อนข้างสูงหากเทียบกับผู้รับเหมาหรือช่างทั่ว ๆ ไป แต่เชื่อหรือไม่ว่าหากคุณจ้างบริษัทรับ สร้าง บ้าน คุณภาพ คุณจะมั่นใจได้ถึงความรับผิดชอบตั้งแต่เริ่มสร้างบ้านจนจบงานเลยทีเดียว บริษัทรับสร้างบ้านมีความเป็นมืออาชีพ ไม่ทิ้งงานกลางคัน ทำให้คุณได้บ้านที่สวยงามอย่างที่ใจต้องการ  3.เหมาะสมกับผู้ที่ไม่มีเวลาควบคุมดูแลงานเอง  อย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า งานรับสร้างบ้านนั้นเป็นงานที่ค่อนข้างละเอียด ต้องใส่ใจดูแลตลอดเวลา แต่การจะดูแลทุกขั้นตอนเองคงเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ที่ทำงานประจำ เราคงไม่มีเวลามาสังเกตใช่ไหมว่า

ขายรถกอล์ฟ

ซื้อมาขายไปกับรถกอล์ฟซื้อมาขายไปกับรถกอล์ฟ

รถกอล์ฟคือรถจำพวกหนึ่งที่ผสมผสานรถมอเตอร์ไซค์เข้ากับจุดประสงค์ต่างๆ ตัวอย่างเช่นรถกอล์ฟที่เป็นรถมอเตอร์ไซค์เพิ่มกระบะด้านหลังเพื่อบรรทุกของหรือบรรทุกคนเพิ่ม รถกอล์ฟที่พ่วงฟู้ดทรัคเพื่อขายอาหารแบบเคลื่อนที่ หรือรถกอล์ฟที่ใช้บรรจุนักท่องเที่ยวซึ่งเห็นได้บ่อยในรีสอร์ทหรือโรงแรม ซึ่งราคาของรถกอล์ฟเหล่านี้จะแตกต่างกันออกไป อีกทั้งยังเป็นสินค้าที่สามารถขายต่อได้อีกด้วย การซื่อขายรถกอล์ฟจึงมีทั้งการซื้อแบบรถมือหนึ่ง หรือการซื้อขายในสภาพของรถกอล์ฟมือสอง ซึ่งแต่ละแบบก๊จะมีราคาที่ขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานด้วย จึงน่าสนใจว่าในตลาดของรถกอล์ฟประเภทต่างๆ นั้นมีราคาสำหรับซื้อขายรถกอล์ฟอย่างไรบ้าง  สำหรับผู้ประกอบการหรือครัวเรือนที่ต้องการซื้อรถกอล์ฟเพื่ออำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งการเดินทางในระยะสั้นภายในหมู่บ้านหรือเพื่อบรรทุกนักท่องเที่ยวในรีสอร์ทระยะใกล้ๆ มีราคาขายรถกอล์ฟประเภทนี้อยู่ที่ราว 35,000 บาทไปจนถึง 50,000 บาท โดยรถกอล์ฟประเภทนี้มักเน้นที่การใช้งานง่ายๆ ไม่สมบุกสมบัน เพราะใช้เพียงเคลื่อนย้ายผู้โดยสารในระยะสั้น นิยมใช้กับพื้นที่ที่เรียบ ไม่ขรุขระหรือลาดชัน จึงทำให้สามารถใช้ได้นานและทนทาน ด้วยเหตุนี้ หากใครสนใจซื้อมือสอง ราคาขายรถกอล์ฟประเภทนี้จึงราคาค่อนข้างคุ้มค่า ด้วยราคาประมาณ 30,000-40,000 บาทแต่ยังสภาพดีอยู่